ทักทาย

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

วันศุกร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

สัปดาห์ที่ 5

วันศุกร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

- อาจารย์ชี้แจงเรื่อง ในวันจันทร์ให้แวะมาลงชื่อถวายพระพร งานเริ่มบ่ายโมง ใครที่มีความสามารถร้องเพลงก็ให้มาร้องเพลงพระราชนิพนธ์
- ในวันอังคาร ที่ 4 ธันวาคม 2555 นัดพร้อมกันที่ลานเพลิง ถวายพระพรในหลวงมาร่วมกิจกรรม ใส่เสื้อเหลือง กางเกงวอร์ม

ขอบข่ายคณิตศาสตร์
นิตยา ประพฤติกิจ 2541:17-19 
1. การนับ (counting) เป็นคณิตศาสตร์เกี่ยวกับตัวเลขอันดับแรก ที่เด็กรู้จักเป็นการนับอย่างมีความหมาย เช่น สอนเด็ก มีอยู่ 1 เพิ่มขึ้นอีก 1 เป็น 2 
2. ตัวเลข (number) เป็นการให้เด็กรู้จักตัวเลขที่เห็น ที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ให้เด็กเล่นของจากตัวเลข
3. การจับคู่ (matching) เป็นการฝึกฝนให้เด็กรู้จักการสังเกตลักษณะต่างๆ และจับคู่สิ่งที่เข้าคู่กัน เหมือนกันหรืออยู่ประเภทเดียวกัน เช่น จับคู่ เลขคี่-คู่ , จำนวน, ปริมาณ, สัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
4. การจัดประเภท (classification) เป็นการฝึกฝนให้เด็กรู้จักการสังเกตคุณสมบัติของสิ่งต่างๆ ว่าความแตกต่างหรือเหมือนกันในบางเรื่อง และสามารถจัดประเภทได้ (ต้องกำหนดเกณฑ์ในการจัดประเภท เช่น สัตว์บก-น้ำ เมื่อสอนอะไรเด็กก็ตามต้องสอนเพียงแค่ 1 เรื่อง กำหนดเกณฑ์เดียว เพราะเป็นการวางพื้นฐานให้เด็กก่อน )
5. การเปรียบเทียบ (comparing) เด็กจะต้องมีการสืบเสาะและอาศัย ความสัมพันธ์ระหว่างของ 2 สิ่งหรือมากกว่า เช่น ดูความยาว จะต้องหาค่าของมันก่อนว่ามันมีค่าอยู่เท่าไหร่ มีค่ากี่นิ้ว ความจุมีค่ากี่ลูกบาศก์ เมื่อหาค่าเสร็จก็สามารถเปรียบเทียบ  (เด็กเล็กๆจะต้องมีการลงมือกระทำจากวัตถุจริงๆ )
6. การจัดลำดับ (ordering) เป็นการจัดสิ่งของวัตถุ 1 ตามตำสั่งตามกฎ  
  การจัดลำดับ 1. หาค่าปริมาณ 2. เปรียบเทียบ 3. จัดลำดับ (สามารถนำตัวเลขมากำกับลำดับได้)
7. รูปทรงและเนื้อที่ (shape and space) เนื้อที่จะมีปริมาณและความจุ
8. การวัด (measurement) หาค่า ซึ่งอาจจะเป็นค่าปริมาณ การวัดให้เด็กได้ลงมือวัดเอง 
   - เครื่องมือในการวัดสำหรับเด็ก เช่น การต่อเท้า แขนวางต่อกัน
   - เครื่องมือแบบไม่เป็นทางการ เช่น ฝ่ามือ เครื่องมือกึ่งมาตรฐาน 2 ตราชั่งทำเอง 
   - เครื่องมือที่มาตรฐาน เช่น ไม้บรรทัด ตลับเมตร
9. เซต (set) เป็นการสอนเซตแบบง่ายๆ มีการเชื่อมโยงกับสภาพรวม เช่น ถุงเท้ากับรองเท้า เซตเครื่องสำอางค์ เซตเครื่องรับประทานอาหาร (จะต้องมีการเชื่อมโยง ซึ่งต่างกันกับการจัดประเภท)
10. เศษส่วน (fraction) เศษส่วนของเด็กจะต้องรู้จักคำว่า 'ทั้งหมด' ก่อนเพราะสำคัญต่อการเรียนเศษส่วน ต่อมาเด็กจะต้องรูจักคำว่า 'ครึ่ง' แบ่ง 2 ส่วนให้เท่าๆกัน เช่น มี เค้ก 1 ก้อน ให้เด็กเอาไปครึ่ง 1 ของๆทั้งหมด
11. การทำตามแบบหรือลวดลาย (patterning) เป็นการพัฒนาให้เด็กจดจำรูปแบบลวดลาย เช่น ตัว ก เขียนเหมือนตัว A หรือไม่ 
   วิธีการเรียนรู้ของเด็กที่เหมาะสม  
1. ลงมือปฏิบัติจริง 
2. ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 
3. ให้เด็กมีอิสระในการตัดสินใจ 
   *สิ่งที่ควรระวังในการปฏิบัติต่อเด็ก คือ การทำลายความเชื่อมั่นในตัวเด็ก คือ ไม่ควรให้เด็กวาดรูปตามแบบหรือบังคับ เพราะจะทำให้เด็กเกิดความเครียด ทำให้เกิดความกดดัน
   การทำตามแบบง่ายๆ เช่น ร้องเพลง เล่นตามแบบการละเล่น หรือครูวางของแล้วให้เด็กวางตาม การที่จะให้เด็กทำตามแบบทำแล้วเด็กทำได้อย่างมีความสุข ไม่เกิดความกดดัน ไม่ทำลายความเชื่อมั่นเด็ก ในการทำตามแบบบางอย่างจะต้องเหมาะสม
12. การอนุรักษ์หรือการคงที่ด้านปริมาณ (conservation) เช่น ในเรื่องของปริมาณน้ำ 

เยาวพา เดชะคุปต์ (2542:87-88) ได้เสนอแนวคิดคณิตศาสตร์ ศึกษาเพื่อจัดประสบการณ์ให้เด็ก
1. การจัดกลุ่มหรือเซต ได้แก่ การจับคู่ 1:1 การจับคู่สิ่งของ การรวมกลุ่ม กลุ่มที่เท่ากันและความเข้าใจเกี่ยวกับตััวเลข
2. จำนวน 1-10 การฝึกนับ 1-10 จำนวนคู่ จำนวคี่ 
3. ระบบจำนวน (number system) และชื่อของตัวเลข 1=1 2=2
4. ความสัมพันธ์ระหว่างเซตต่างๆ เช่น เซตรวม การแยกเซต
5. คุณสมบัติของคณิตศาสตร์จากการรวมกลุ่ม (properties of math)
6. ลำดับที่สำคัญและประโยชน์คณิตศาสตร์ เรียงลำดับ
7. การวัด (measurement) เช่น การวัดสิ่งที่เป็นของเหลว สิ่งของ ขนาด วัดความยาว-สูง ชั่งน้ำหนัก
8. รูปทรงเรขาคณิต ได้แก่ การเปรียบเทียบรูปร่าง ขนาด ระยะทาง 
9. สถิติและกราฟ ได้แก่ กราฟ แผนภูมิ ความถี่ 

อาจารย์สั่งงาน
  - ให้จับคู่ 2 คน นำเสนอตาม 12 หัวข้อ คิดเรื่องมา 1 หมวด เช่น เรื่องผลไม้
   - ในคาบหน้าอาจารย์ให้นำกล่องรูปทรงต่างๆ มา 1 กล่อง 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น